อนุบาลเทพารักษ์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนคุณพ่อคุณแม่ในการตอบข้อซักถามต่างๆ เพื่อให้การเลือกโรงเรียนของลูกเป็นไปอย่างครบถ้วนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีเนื้อหาส่วนใดที่คำถามด้านล่างไม่ครอบคลุม คุณพ่อคุณแม่สามารถติดต่อโรงเรียนทางเฟซบุ๊คหรือทางโทรศัพท์ได้โดยตรงเพื่อสอบถามเพิ่มเติม

การรับสมัครนักเรียน
เด็กสามารถเข้าโรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
- เรารับนักเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล ทั้งนี้เพื่อให้เด็กพร้อมต่อการปรับตัวและได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย โรงเรียนมีเกณฑ์อายุดังต่อไปนี้
- ชั้นเตรียมอนุบาลเด็กควรมีอายุครบ 2 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 16 พฤษภาคมของปีการศึกษานั้นๆ
- ชั้นอนุบาล 1 เด็กควรมีอายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 16 พฤษภาคมของปีการศึกษานั้นๆ
- ยกตัวอย่างเช่น สำหรับชั้นเตรียมอนุบาลปีการศึกษา 2569 เด็กที่เกิดระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 – 16 พฤษภาคม 2567 จะสามารถเข้าเรียนได้
สามารถเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 หรือ 3 ได้ไหม?
- เด็กสามารถเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 หรือ 3 ได้ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละปีการศึกษา และการพิจารณาความพร้อมของโรงเรียนในการดูแลเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง สามารถติดต่อสอบถามทางอีเมล teparak@gmail.com หรือทางเฟซบุ๊ก Teparak Kindergarten
โรงเรียนเปิดรับสมัครเมื่อไหร่และมีขั้นตอนการรับสมัครอย่างไร?
- ผู้ปกครองที่สนใจสมัครเรียนสามารถกรอกแบบฟอร์มแสดงความประสงค์ได้ทางออนไลน์ ซึ่งจะเปิดในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้จากประกาศของโรงเรียนทางเฟซบุ๊ก Teparak Kindergarten
- เมื่อโรงเรียนได้รับข้อมูลและพิจารณาเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จะเชิญคุณพ่อคุณแม่พร้อมเด็กๆ มาร่วม วันทำความรู้จัก (Get-to-know Day) เพื่อเรียนรู้แนวทางการเรียนรู้ของโรงเรียน พูดคุยกับคุณครู และสังเกตการมีส่วนร่วมของเด็กในสภาพแวดล้อมโรงเรียน
- หลังจากวันทำความรู้จัก โรงเรียนจะติดต่อคุณพ่อคุณแม่กลับภายในหนึ่งสัปดาห์เพื่อดำเนินการขั้นตอนการสมัครเรียนต่อไป
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัครนักเรียนได้ที่นี่
แนวทางการเรียนรู้
โรงเรียนมีแนวทางการเรียนการสอนอย่างไร?
- เราใช้แนวทางการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) เป็นหลัก โดยเน้นการลงมือทำและการใช้ชีวิตจริงในแต่ละวัน เด็กจะเรียนรู้และค้นพบอัจฉริยภาพในตัวเอง (Multiple Intelligence) ได้พัฒนาอย่างเป็นองค์รวมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ เราใช้ศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวประกอบการเรียนรู้ เด็กๆ จะได้เล่นและเรียนจากธรรมชาติทั้งภายในและรอบนอกตัวเอง โดยสอดคล้องกับความสนใจและพัฒนาการของเด็ก การเรียนในแนวทางนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงแรงบันดาลใจในการเรียนรู้จากภายในให้เติบโต
การเรียนรู้ผ่านการเล่นจะเตรียมความพร้อมลูกสำหรับอนาคตได้จริงหรือ?
- การเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง ทรงพลัง และเป็นภาษาธรรมชาติของเด็ก การเรียนรู้ผ่านการเล่นให้โอกาสเด็กได้ฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์ แก้ปัญหา สื่อสารกับผู้อื่น เข้าใจอารมณ์ของตนเอง และเรียนรู้โลกผ่านประสบการณ์ตรง ทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่โลกอนาคตต้องการมากกว่าการท่องจำ และที่สำคัญที่สุดคือ เด็กๆ จะรักการเรียนรู้ไปโดยธรรมชาติ
- เราให้ความสำคัญกับการปกป้อง หล่อเลี้ยง และบ่มเพาะความรักในการเรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัย เพราะสิ่งนี้คือรากฐานของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นใจ ยืดหยุ่น และมีความสุข และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการบ่มเพาะสิ่งนี้ก็คือ “ตอนนี้” เพราะหากปล่อยหรือถูกทำให้สูญเสียไปแล้ว ก็ยากที่จะเรียกกลับคืนมา
โรงเรียนมีวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กอย่างไร?
- เราใช้การสังเกตใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบันทึกพัฒนาการของเด็กในรูปแบบแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) และรายงานพัฒนาการที่เป็นภาพรวมจากหลายมิติ เพื่อสะท้อนการเติบโตของเด็กอย่างรอบด้าน
พ่อแม่สามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกได้มากน้อยแค่ไหน?
- เราให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลพัฒนาการผ่านบันทึกลูกรักรายสัปดาห์ การทำโครงงานร่วมกับลูก การเข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสต่างๆ การประชุมร่วมกัน เราเห็นว่าความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ และเรายินดีที่จะเปิดรับความคิดเห็นและความห่วงใยของผู้ปกครองเสมอ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรและแนวทางการเรียนรู้ได้ที่นี่
ชีวิตประจำวันของเด็กๆ
มีอาหารกลางวันให้ไหม? มีตัวเลือกสำหรับเด็กที่แพ้อาหารหรือไม่?
- โรงเรียนจัดเตรียมอาหารกลางวันและของว่างที่เหมาะสมกับวัย โดยเน้นอาหารที่สดใหม่ ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดี และปลอดภัยสำหรับเด็ก หากลูกมีข้อจำกัดด้านอาหารหรือแพ้อาหารบางประเภท ผู้ปกครองสามารถแจ้งให้โรงเรียนทราบเพื่อจัดเมนูเฉพาะให้ได้ โดยคุณครูประจำชั้นและพนักงานจะช่วยระมัดระวังทุกครั้งในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน อาหารว่าง และกิจกรรมประกอบอาหารต่างๆ
โรงเรียนมีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับการนอนกลางวัน?
- เราจัดเวลาให้นอนกลางวันในช่วงหลังอาหารกลางวันสำหรับชั้นเตรียมอนุบาล จนถึงชั้นอนุบาล 2 ทั้งนี้เด็กที่ไม่นอนจริงๆ สามารถพักผ่อนเงียบๆ กับมุมสงบโดยไม่รบกวนผู้อื่น การนอนหรือการพักเป็นส่วนหนึ่งของการฟังร่างกายตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เราส่งเสริม โดยคุณครูจะแจ้งเวลานอนของแต่ละระดับชั้นให้ทราบล่วงหน้า เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเวลานอนให้เด็กๆ ก่อนเริ่มเข้าโรงเรียน
เด็กๆ ได้เล่นกลางแจ้งหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยแค่ไหน?
- โดยปกติแล้วเด็กๆ จะได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกวัน เราให้ความสำคัญกับการใช้เวลาในธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการเล่นอิสระที่สนาม การทำสวน การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะเราเชื่อว่าธรรมชาติคือครูที่ดีที่สุดในการส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ ทั้งนี้จะมีการประเมินความเหมาะสมของสภาพอากาศและคุณภาพอากาศก่อนเด็กออกมาเล่นทุกครั้ง
มีบริการรถรับ-ส่งนักเรียนไหม?
- ขณะนี้โรงเรียนยังไม่มีบริการรถรับส่ง หากมีความจำเป็น เราสนับสนุนให้ผู้ปกครองรวมกลุ่มกันจัดการเดินทางร่วมกันในฐานะกัลยาณมิตรในชุมชนที่ช่วยกันดูแลลูกๆ



