เปิดรับสมัคร ปีการศึกษา 2569 และ 2568 (ภาคเรียนที่ 2)

โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ เปิดรับสมัครเด็กๆ หัวใจนักเรียนรู้ 🍄🔍
ประจำปีการศึกษา 2569 และ 2568 (ภาคเรียนที่ 2)

มาร่วมเดินทาง เติบโต และเรียนรู้ไปด้วยกันนะ

ภาพโฆษณาของโรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ แสดงถึงการเรียนรู้ของเด็กๆ รอบต้นไม้ พร้อมข้อความสำคัญเกี่ยวกับการสมัครเรียนในปีการศึกษา 2569 และ 2568

เราขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนการเรียนรู้ที่เกื้อกูลกัน ร่วมเรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และส่งเสริมการเติบโตของเด็กๆ อย่างลึกซึ้งจากภายใน

ภาพแสดงเด็กกำลังใช้แปรงทาสีบนกระดาษ พร้อมกับข้อความเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครเรียนที่โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์

✏️ ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. ลงทะเบียนแสดงความประสงค์
    • ผู้ปกครองสามารถกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ เพื่อแสดงความประสงค์ในการสมัครเรียน โดยโรงเรียนจะพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น และติดต่อกลับภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้ปกครองเลือกวันและเวลาสำหรับเข้าร่วมกิจกรรม “วันทำความรู้จัก”
  2. เข้าร่วมวันทำความรู้จัก (Get-to-know Day)
    • ผู้ปกครองและเด็กจะเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อทำความรู้จักแนวทางการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน พบปะคณะครู เดินชมสภาพแวดล้อม และสังเกตการมีส่วนร่วมของเด็กในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ครูได้ทำความรู้จักกับเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิด
  3. ยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ
    • โรงเรียนจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นผู้ปกครองสามารถยื่นใบสมัครเพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ฝ่ายธุรการ

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการรับสมัครได้ที่นี่
สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Inbox หรือโทร 02-758-2662

แล้วพบกันนะ 🌞

#teparakkindergarten

Leave a Reply

คำถามที่พบบ่อย

การรับสมัครนักเรียน
เด็กสามารถเข้าโรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

เรารับนักเรียนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล โดยเด็กควรมีอายุครบ 2 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 16 พฤษภาคมของปีการศึกษานั้นๆ เพื่อให้พร้อมต่อการปรับตัวและได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย

สามารถเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 หรือ 3 ได้ไหม?

เด็กสามารถเข้าเรียนชั้นอนุบาล 2 หรือ 3 ได้ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละปีการศึกษา และการพิจารณาความพร้อมของโรงเรียนในการดูแลเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง

โรงเรียนเปิดรับสมัครเมื่อไหร่และมีขั้นตอนอย่างไร?

ผู้ปกครองที่สนใจสมัครเรียนสามารถกรอกแบบฟอร์มแสดงความประสงค์ได้ทางออนไลน์ ซึ่งจะเปิดในช่วงไตรมาสที่ 3 สามารถอ่านเกี่ยวกับขั้นตอนการรับสมัครเพิ่มเติมได้ที่นี่

แนวทางการเรียนการเรียนรู้
โรงเรียนมีแนวทางการเรียนการสอนอย่างไร?

เราใช้แนวทางการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) เป็นหลัก โดยเน้นการลงมือทำและการใช้ชีวิตจริงในแต่ละวัน เด็กจะเรียนรู้และค้นพบอัจฉริยภาพในตัวเอง (Multiple Intelligence) ได้พัฒนาอย่างเป็นองค์รวมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ เราใช้ศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหวประกอบการเรียนรู้ เด็กๆ จะได้เล่นและเรียนจากธรรมชาติทั้งภายในและรอบนอกตัวเอง โดยสอดคล้องกับความสนใจและพัฒนาการของเด็ก การเรียนในแนวทางนี้จะช่วยหล่อเลี้ยงแรงบันดาลใจในการเรียนรู้จากภายในให้เติบโต อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

โรงเรียนมีวิธีการประเมินพัฒนาการเด็กอย่างไร?

เราใช้การสังเกตใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบันทึกพัฒนาการของเด็กในรูปแบบแฟ้มสะสมงาน (portfolio) และรายงานพัฒนาการที่เป็นภาพรวมจากหลายมิติ เพื่อสะท้อนการเติบโตของเด็กอย่างรอบด้าน

พ่อแม่สามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกได้มากน้อยแค่ไหน?

เราให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลพัฒนาการผ่านบันทึกลูกรักรายสัปดาห์ การทำโครงงานร่วมกับลูก การเข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสต่างๆ การประชุมร่วมกัน เราเห็นว่าความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ และเรายินดีที่จะเปิดรับความคิดเห็นและความห่วงใยของผู้ปกครองเสมอ

ชีวิตประจำวันของเด็กๆ
มีอาหารกลางวันให้ไหม และมีตัวเลือกสำหรับเด็กที่แพ้อาหารหรือไม่?

โรงเรียนจัดเตรียมอาหารกลางวันและของว่างที่เหมาะสมกับวัย โดยเน้นอาหารที่สดใหม่ ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดี และปลอดภัยสำหรับเด็ก หากลูกมีข้อจำกัดด้านอาหารหรือแพ้อาหารบางประเภท ผู้ปกครองสามารถแจ้งให้โรงเรียนทราบเพื่อจัดเมนูเฉพาะให้ได้ โดยคุณครูประจำชั้นและพนักงานจะช่วยระมัดระวังทุกครั้งในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน อาหารว่าง และกิจกรรมประกอบอาหารต่างๆ

โรงเรียนมีนโยบายเกี่ยวกับการนอนกลางวันอย่างไร?

เราจัดเวลาให้นอนกลางวันในช่วงหลังอาหารกลางวันสำหรับชั้นเตรียมอนุบาล จนถึงชั้นอนุบาล 2 โดยเด็กสามารถเลือกได้ว่าจะนอนพักจริงๆ หรือพักผ่อนเงียบๆ กับมุมสงบ เราเคารพความต้องการของแต่ละคน เพราะเด็กบางคนอาจไม่ต้องการนอนในบางวัน การนอนหรือการพักเป็นส่วนหนึ่งของการฟังร่างกายตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เราส่งเสริม

เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยแค่ไหน?

โดยปกติแล้วเด็กๆ จะได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกวัน เราให้ความสำคัญกับการใช้เวลาในธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการเล่นอิสระที่สนาม การทำสวน การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะเราเชื่อว่าธรรมชาติคือครูที่ดีที่สุดในการส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ ทั้งนี้จะมีการประเมินความเหมาะสมของสภาพอากาศและคุณภาพอากาศก่อนเด็กออกมาเล่นทุกครั้ง

โรงเรียนมีบริการรับส่งนักเรียนไหม?

ขณะนี้โรงเรียนยังไม่มีบริการรถรับส่ง หากมีความจำเป็น เราสนับสนุนให้ผู้ปกครองรวมกลุ่มกันจัดการเดินทางร่วมกันในฐานะกัลยาณมิตรในชุมชนที่ช่วยกันดูแลลูกๆ

Discover more from โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading